Get Adobe Flash player

BannerCc

เปิดใจดร.บุญมา นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง

เปิดใจดร.บุญมา นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง

จากลูกชาวนาสู่นักธุรกิจระดับประเทศ

สกู๊ปหน้า 1 ฉบับนี้ เต็มใจนำเสนอประวัติชีวิตฉบับย่อ

ที่ถอดเสียงสัมภาษณ์จากนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ที่ถือว่า

ประสบความสำเร็จจนเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศซึ่งมีพื้นฐานจากครอบครัวชั้นสามัญชนคนธรรมดา ที่ไม่ได้มีรากฐานร่ำรวยมาแต่กำเนิด และไม่ได้เกิดในตระกูลที่ไฮโซเหมือนนักธุรกิจรุ่นใหม่คนอื่น ๆ แถมยังยืนยันดำเนินทำธุรกิจโดยไม่ได้นำเงินมาเป็นตัวตั้ง เดินหน้าทำงานโดยเปิดโอกาสให้ทุกคนที่สนใจเข้าร่วมธุรกิจ ยึดหลักทำธุรกิจไปด้วยความเอื้อเฟื้อต่อสังคมและคนรอบข้าง โดยนักธุรกิจหนุ่มคนดังกล่าว คือ ดร.บุญมา อิ่มวิเศษ ผู้บริหารบริษัทในเครือ “สตาร์เวลล์” ซึ่งเป็นที่ยอมรับใน จ.นครราชสีมา และเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศว่า เป็นหนึ่งในนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในขณะนี้

ดร.บุญมาก อิ่มวิเศษ เปิดเผยว่า ประวัติการทำงานของตัวเองนั้น เริ่มต้นขึ้นมาจากศูนย์ เริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 18 ปี พื้นฐานครอบครัวเป็นเกษตรกร พ่อแม่ทำไร่ทำนาเลี้ยงชีวิต ปลูกฝังให้ลูกๆรับราชการเพื่อความมั่นคงในชีวิต พี่สาวตัวเองก็เป็นข้าราชการตามทางที่พ่อแม่วางไว้ แต่ในส่วนตัวเองนั้นมีความคิดว่าไม่อยากที่จะเป็นภาระของครอบครัวที่จะต้องตรากตรำทำงานหรือไปหยิบยืมเงินคำอื่นมาส่งลูกเรียนจนจบและได้สอบเข้ารับราชการ จึงตัดสินใจเริ่มทำงานทันทีหลังจากที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ด้วยวัยเพียง 18 ปี

เงินแรกที่เริ่มประเดิมในชีวิต เป็นอาชีพที่ตนเองไม่เคยชอบและไม่อยากที่จะทำนั่นก็คือ เซลล์แมน แต่เมื่อเป็นงานที่ทำให้มีรายได้ก็จำเป็นที่จะต้องทำให้ได้ดีที่สุด แต่เริ่มทำงานได้ไม่นานบริษัทต้นสังกัดก็ปิดกิจการลง จึงตัดสินใจสมัครเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรีภาคพิเศษเรียนเฉพาะ เสาร์ – อาทิตย์ ส่วนเวลาที่เหลือสมัครเข้าเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ความคิดในตอนนั้นคิดว่า จะทำงานเพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียนเท่านั้น เมื่อเรียนจบแล้วก็จะเลิกอาชีพนี้ทันที เพราะหวังเอาไว้ว่าจะสมัครเข้าเป็นพนักงานของธนาคาร หรือนายแบงก์ แต่ในระหว่างที่ทำงานนั้นได้ประสบการณ์ด้านการทำงานมากมาย

ครั้นจบการศึกษาได้รับปริญญาตรี ก็ตัดสินใจที่จะนำความรู้ความสามารถที่มีอยู่มาต่อยอดช่วยพัฒนาองค์กรให้ก้าวหน้า จึงยังทำงานอยู่กับบริษัทด้วยความทุ่มเทและตั้งใจ ควบคู่ไปกับการเรียนต่อในระดับมหาบัณฑิต กระทั่งประสบความสำเร็จได้ปริญญาโทมาเพิ่มอีก 1 ใบ ด้วยความที่เป็นคนต้องการที่จะเรียนรู้และและตั้งใจ อาจารย์ผู้สอนก็แนะนำให้เรียนต่อในระดับปริญญาเอกจบประสบความสำเร็จและออกมาทำธุรกิจของตัวเองมาจนถึงทุกวันนี้

ซึ่งปัจจุบันมีธุรกิจในการดูแลมากมายหลายตัวด้วยกัน อาทิ สตาร์เวลล์จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ในครัวเรือน และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และขายส่งให้กับตัวแทนจำหน่ายภายใต้ 4 แบรนด์ ประกอบด้วย สตาร์เวลล์ , สมายด์ , สมาร์ท และ สเต็ป นอกจากนี้ยังมีธุรกิจสตาร์เวลล์เรสซิ่ง ให้บริการสินเชื่อหรือไฟแนนท์ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และที่ดิน มี 4 สาขาในจังหวัดนครราชสีมา รวมไปสถานประกอบการรีสอร์ทที่พักตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดนครราชสีมาอีกหลายแห่ง ์ , สมายด์ , สมาร์ท และ สเต็ป นอกจากนี้ยังมีธุรกิจสตาร์เวล

ดร.บุญมาฯ กล่าวอีกว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จในชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้ ต้องขอบพระคุณบิดามารดา ที่เฝ้าสอนสั่งเสมอมาว่า ต้องเป็นคนรู้จักให้ ทำให้ตัวเองไม่เคยคิดที่จะทำอะไรเพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่สำคัญของรู้จักให้คนอื่นเสมอ จึงทำให้ได้รับการตอบแทนด้วยการมีเพื่อนฝูง ผู้หลักผู้ใหญ่หลากหลายวงการคอยให้ความช่วยเหลือสนับสนุนมาโดยตลอด

“เราไม่ใช่คนรวย เกิดมาบนกองเงินกองทอง เริ่มต้นมาจากศูนย์ แน่นอนว่าต้องทำงาน เดินทาง ตะเกียกตะกายดิ้นรนมากกว่าคนอื่นจึงจะประสบความสำเร็จในชีวิต ความจริงแล้วผมไม่ต้องการความสำเร็จ เพียงแค่ต้องการคำว่า ดี และ เก่ง คำว่าดีของผมมี 3 ข้อ คือ อย่าให้ใครหนักใจ , อย่าให้ใครเสียใจ และอย่าให้ใครผิดหวังในตัวเรา คำว่าเก่งของผมคือ อยู่ได้ทุกสถานการณ์ ปรับตัวเข้าได้กับทุกคน คอนเซปต์การทำงานของผมคือ เปิดรับความซวย ยืดหยุ่นเปลี่ยนแปลง”

นักธุรกิจหนุ่ม กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ผมยังเป็นคนให้โอกาสคน คือมักจะหยิบยื่นโอกาสให้คนที่ไม่ค่อยได้รับโอกาสจากที่อื่นมาร่วมงานด้วย โดยพนักงานในเครือกว่า 1 พันคนผมส่วนใหญ่เป็นคนที่ขาดโอกาส เป็นคนที่กำพร้า พ่อแม่ หรืออยู่ในฐานะอยากจน ไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปสมัครงานกับบริษัทใหญ่ ๆ หรือมีชื่อเสียง แต่ผมยินดีรับพิจารณาโดยดูที่ความตั้งใจที่จะเข้ามาร่วมกันทำงาน และให้ความช่วยเหลือคนที่กำลังเดือนร้อน หรือคนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือโดยไม่หวังผลตอบแทน พร้อมกับให้คำแนะนำคนที่ต้องการพัฒนาตนไปสู่ความสำเร็จโดยไม่หวังผลตอบแทนเช่นกัน

น้อยคนนักที่จะทราบว่าในปัจจุบัน ที่ตัวผมเดินทางไปเป็นวิทยากรพิเศษ หรือบรรยายพิเศษ ในงานต่าง ๆ ผมจะเซ็นต์รับเงิน ค่าบรรยาย และจะมอบเงินดังกล่าวกลับคืนให้หน่วยงานหรือ องค์กรที่จัดงานดังกล่าว เพื่อให้เข้านำกับไปใช้ประโยชน์ต่อไป โดยตนคิดว่า ณ วันนี้ เราสามารถอยู่ได้ มีรายในระดับที่เราพอใจ สามารถอยู่ได้อย่างพอเพียง ซึ่งเมื่อองค์กรที่เขาจัดงานเป็นว่าเรามีความสามารถพอที่จะมาเป็นวิทยากร ให้ความรู้กับผู้ที่เข้าร่วมอบรม ผมก็ยินดีมากที่จะถ่ายทอดความรู้ความสามารถที่มีให้กับผู้ที่เข้าร่วมรับฟังนำไปใช้ประโยชน์ ได้ และจึงคิดว่าเราไม่ควรจะไปรับอะไรจากคนที่ต้องการความช่วยเหลือจากเรา ซึ่งหากในสังคมไทยคนที่มีความรู้ความสามารถ และคนที่มีอะไรความรู้ มีความพร้อมมากกว่าคนอื่น มีน้ำใจ หรือมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับคนอื่นจะทำให้สังคมไทยน่าอยู่มากขึ้น ตนจึงช่วยเหลือทุกคนเมื่อมีโอกาส และให้ความช่วยเหลือทุกคนเท่าที่ทำได้โดยที่ไม่ให้ตนเองเดือนร้อน และอยากให้นักธุรกิจทุกคน หรือผู้ที่มีโอกาสมากกว่าคนอื่นให้ความช่วยเหลือผู้ที่โอกาสน้อยกว่าเพื่อให้สังคมไทยน่าอยู่มากขึ้น.

Share on Myspace

Cc

เล่นหุ้น-โฆษณา

Cc

รวมข่าวชาวโคราช

ป้ายโฆษณา

สถิติผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday6513
mod_vvisit_counterYesterday6318
mod_vvisit_counterThis week22980
mod_vvisit_counterLast week16688
mod_vvisit_counterThis month25017
mod_vvisit_counterLast month80855
mod_vvisit_counterAll days2132124

Online (20 minutes ago): 47
Your IP: 174.129.228.67
,
Today: เม.ย. 08, 2016