ตำรวจภาค3ตามจับผู้ต้องหาร่วมแก๊งก่อเหตุขโมยตู้เซฟ เจ้าของโรงพยาบาลเสริมความงามย่านนนทบุรี ได้ทรัพย์สินไปกว่า 50 ล้านบาท เบื้องต้นยังปากแข็งอ้างโดนเพื่อนหลอกไปร่วมขบวนการโดยไม่ได้ค่าจ้างแม่แต่บาทเดียว
เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ที่ กองกำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 3 (กก.สส.2 บก.สส.ภ.3) พ.ต.ท.ศุภชัย ปักโคทานัง สารวัตรสืบสวนสอบสวน กองกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันสอบสวนนาย นาวี บุตรภาชี อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ 6 ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหาตามหมายศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 81/2559 ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนฯ ลงวันที่ 3 ก.พ. 2559
ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 17 ม.ค.2559 ผู้องหาได้ร่วมกับเพื่อนร่วมแก๊งอีก 5 คน ได้เข้าไปก่อเหตุ ขโมยทรัพย์สิน ใน บ้านเลขที่ 9/7 หมู่ 4 ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นบ้านของ นางสาวพิศพรรณ ศรีไชยยันต์ อายุ 54 ปี เจ้าของโรงพยาบาลศัลยกรรม เพื่อความงามชื่อดังใน นนทบุรี โดยยกตู้เซฟหนักว่า 150 กิโลกรัมไป ได้ทรัพย์สินเครื่องเพชร พร้อมเครื่องประดับหลายรายการมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2559 ที่ผ่านมา
โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้รับการประสานจาก ตำรวจท้องที่เกิดเหตุว่านายนาวี เป็นหนึ่งในผู้ต้องหาที่ร่วมขโมยตู้เซฟดังกล่าว จึงส่งหมายศาลให้ติดตามจับกุม ตัวได้ขณะหลบหนีอยู่ ในพื้นที่ ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา พร้อมกับตรวจยึดอาวุธปืนขนาด .38 พร้อมกระสุน 5 นัด คีมตัดเหล็ก และอุปกรณ์อื่น อีกหลายรายการ
สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้รับสารภาพว่า ได้ร่วมลงมือในวันก่อเหตุจริง แต่อ้างว่าถูกกลุ่มเพื่อนที่ร่วมลงมือหลอกว่าให้นำอุปกรณ์ตรวจหาโลหะซึ่งใช้ตรวจหาพระเครื่อง หรือวัตถุโบราณที่อยู่ใต้ดินไปให้ที่หน้าบ้านหลังเกิดเหตุ เพื่อจะค้นหาพระที่ฝังอยู่ใต้ดินภายในบ้านหลังดังกล่าว จากนั้นได้แยกย้ายกันไป โดยไม่ได้ค่าตอบแทนแม้แต่บาดเดียว ก่อนจะมาทราบเมื่อเป็นข่าวออกไปว่า การนำอุปกรณ์ไปให้ในวันนั้นเป็นการก่อเหตุขโมยทรัพย์สินกว่า 50 ล้านบาท จึงหลบหนีไปกบดานอยู่หลายพื้นที่ และมาถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อว่าผู้ต้องหาไม่รู้เรื่องด้วย เนื่องจากมีพฤติกรรมเชื่อมโยงกันหลายอย่าง นอกจากนี้จากการตรวจประวัติ ยังพบว่า ผู้ต้องหามีหมายจับคดีลักทรัพย์ จาก สภ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา และมีหมายจับคดีเสพยาเสพติดจากพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ จึงควบคุมตัวส่ง สภ.โชคชัย ดำเนินคดีในข้องหา ครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมอายัดตัวส่งท้องที่เกิดเหตุดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.














