กลับมาตามคำเรียกร้อง หลังทนกระแสเรียกร้องให้จัดงานอีกครั้งไม่ไหว สำหรับงาน Falala Market ครั้งที่ 2 ในวันที่ 19 - 21 กุมภาพันธ์ 2559 นี้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “FaLaLa Back 2 Valentine … เพราะความรักไม่ได้มีแค่ครั้งเดียว”
ณ โครงการเวนิสสแควร์ ตลาดแนวๆ ช้อปปิ้ง แฮงค์เอาท์ ชิคๆ พร้อมเปิดปรากกฎการณ์ ใหม่ โดยคนรุ่นใหม่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมานายกรพฤฒ ศรีมิ่งมงคลกุล ประธานกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา หรือ (YEC) เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของ “Falala Market” คือพวกเราส่วนใหญ่ได้รู้จักกันผ่านทาง YEC (Young Executive Chamber of commerce) ซึ่งเป็นโครงการส่วนหนึ่งของหอการค้าฯ ที่จัดขึ้นเพื่อให้กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ของโคราชได้มารวมตัวกัน สร้างคอนเนคชั่นระหว่างกัน และสร้างความเคลื่อนไหวความเปลี่ยนแปลงในโคราชโดยทางกลุ่มจะมีการนัดประชุมเพื่อคิดโปรเจกต์ว่าจะทำอะไรบ้างในแต่ละเดือน ทีนี้มีอยู่หนึ่งโปรเจกต์ที่วางกันเอาไว้คือ Farmmer Market ก็เลยฟอร์มทีมจัดกันกันในกลุ่ม YEC ซึ่งนอกจากคนในกลุ่ม YEC แล้ว พวกเรายังได้ช่วยเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่รู้จักกันมาร่วมทีมด้วย หลังจากที่ได้ทีมทำงานกันได้แล้ว ก็มานั่งคุยกันว่าจะจัดงานช่วงไหนดี สุดท้ายมาลงเอยที่วันคริสต์มาสพวกเราจึงอยากจะได้ชื่องานที่เข้ากับธีมคริสต์มาส พอดีมันมีเพลงคริสต์มาสอยู่เพลงหนึ่งชื่อ Fa La La ซึ่งมันตรงกับธีมงานและเทศกาล ก็เลยเอาชื่อเพลงนี้มาตั้งเป็นชื่องานเพราะคำว่า Fa La La ของเราในที่นี่ยังสามารถนิยามได้ว่าเป็น Food Art Love and Laugh และพวกเราก็เห็นตรงกันว่าจะใช้ชื่อนี้เป็นชื่อตลาดแบบถาวรไปเลย”โดยแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิด “Falala Market เกิดจากคำถามที่ว่าทำไมบ้านเราถึงไม่มีที่แฮงค์เอาท์เก๋ๆ เหมือนอย่างในกรุงเทพฯ ถ้าอย่างนั้นเราควรทำสถานที่แฮงค์เอาท์ใหม่ๆ ให้คนโคราชมาเดินเล่นกับเขาบ้างดีกว่าไหม ซึ่งวัตถุประสงค์ก็คือรวบรวมของกินหรือสินค้าแปลกๆ ใหม่ๆ มาไว้ในที่เดียว อีกอย่างก็คือเรื่อง art เพราะเราอยากให้คนที่อยู่ในโคราชได้มีพื้นที่แสดงฝีมือทางด้านศิลปะ อย่างงานครั้งที่ผ่านมาก็มีน้อง ๆจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นำเอาผลงานศิลปะของตัวเองมาจัดแสดงภายในตลาดนอกจากนี้ยังรวมไปถึงการสร้างบรรยากาศ love & laugh เพื่อให้คนที่มาเดินตลาดไปรับความสุขกลับไป”“พวกเราใช้เวลาประมาณ 6 เดือนกับการทำงานโปรเจกต์นี้ ช่วยกันระดมความคิด แชร์ประสบการณ์ความรู้ของแต่ละคนที่ได้ไปพบเจอมา และ เก็บรวบรวมแต่ล่ะอย่างเข้ามาเป็นองค์ประกอบให้กับงานนี้และด้วยความที่ละคนมีธุรกิจของตัวเองที่ต้องดูแล ก็เลยต้องใช้เวลาในช่วงเย็นหรือช่วงกลางคืนหลังเลิกงานมานั่งคุยงานกัน ซึ่งการทำงานของพวกเราจะแบ่งงานกันตามความถนัด ใครถนัดด้านไหนก็รับงานนั้นไป โดยส่วนที่ยากที่สุดก็คือเรื่องร้านที่จะมาออกบูธซึ่งเริ่มแรกเลยเรายังไม่ประกาศขายบูธ เพราะเราต้องการเลือกสินค้าที่จะเอาเข้ามาขายในตลาดว่าจะต้องเป็นสินค้าที่แปลกใหม่จริงๆ เพราะเราก็ยังต้องการคัดเลือกร้าน เพื่อให้ตลาดของเราไม่ซ้ำใคร มีสินค้าดีไซน์อาร์ตๆ หรือสินค้าที่ไม่ค่อยเห็นในโคราช ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นของที่เขาขายออนไลน์ที่ยังไม่มีหน้าร้าน หรือไม่ก็ของที่เพิ่งคิดค้นทำออกมา โดยส่วนใหญ่เราจะเน้นให้เป็นร้านของคนโคราช ” นายกรพฤฒ กล่าวต่อข้อซักถามของผู้สื่อข่าวเรื่อง ผลตอบรับเรื่องการจัดงานในครั้งแรกนั้น นายกรพฤฒ กล่าวเพิ่มเติมว่า เป็นอะไรที่เกินคาดมากๆ เพราะไม่ได้คาดหวังมากเท่าไร แต่พอได้ตเห็นผลตอบรับจากคนโคราช ก็ทำให้ได้รู้ว่ายังมีคนชอบอะไรเหมือนๆ กับพวกเราอยู่ ซึ่งส่วนตัวนั้นประทับใจทีมงานมาก รู้สึกภูมิใจในตัวทุกคนมากที่ช่วยงานกันอย่างดี เวลาคนนี้ว่างคนนี้ไม่ว่างก็ทำแทนกันได้ และอย่างที่ทราบว่าพวกเรามาจากหลากหลายอาชีพ แต่ละคนก็จะมีความถนัดในงานที่ต่างกัน พอมาร่วมกันแล้วมันจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัวมากๆ” นายกรพฤฒ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงาน Falala Market ครั้งที่ 2 นี้จะจัดในวันที่ 19 - 21 กุมภาพันธ์ 2559 นี้ โดยจะใช้ชื่อว่างานในครั้งนี้ว่า “FaLaLa Back 2 Valentine … เพราะความรักไม่ได้มีแค่ครั้งเดียว” สถานที่จัดงานก็คือ เวนิสสแควร์เหมือนเดิม (แต่อาจไม่เหมือนเดิม) เพิ่มเติมคือความหวาน งานนี้บอกเลยว่ามีเซอร์ไพรส์ แต่จะเป็นอะไรนั้นให้ไปติดตามดูที่งาน แต่ถ้าถามว่าจะจัดเป็นตลาดแบบถาวรเลยไหม อันนี้ก็ต้องฝากคนโคราชไว้ด้วยว่า ถ้ายังชอบอะไรอย่างนี้อยู่พวกเราก็อยากจะทำให้คนโคราชมีที่ดีๆ ได้ช้อปปิ้ง ได้แฮงค์เอาท์ ได้มาพบปะสังสรรค์กัน ซึ่งที่พวกเราวางแผนกันไว้ก็น่าจะเป็นปีต่อปีมากกว่า จะดูจากคอนเซ็ปต์งาน ดูว่าอีเวนท์ไหนน่าสนใจแล้วเราถึงจะมาคิดอีกทีว่าจะทำหรือไม่ทำ”“อยากให้ทุกคนกล้าที่จะขยับตัวเองออกจากกรอบ กล้าที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง เหมือนอย่างที่พวกเราได้ทำให้เห็นแล้วว่า เมื่อเราขยับสิ่งใหม่ๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งที่ผ่านมาพวกเราสัมผัสได้ว่าหลายๆ ร้านค้าอยากจะปรับอยากจะขยับแต่ยังคงไม่กล้า แต่วันนี้ Falala Market ได้พิสูจน์ให้เห็นบ้างแล้วในระดับหนึ่ง ว่ามันมีหนทางเป็นไปได้ ฉะนั้นเมื่อไรที่คุณกล้าขยับ เมื่อนั้นเราจะได้เจอกัน ... ขอแค่เราขยับโลกก็เปลี่ยนได้“สุดท้ายขอขอบคุณ คุณสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ และ คุณไพจิตร มานะศิลป์ ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ในการจัดงานให้กับพวกเรา และสามารถติดตามผลงาน-ข่าวสารของพวกเราได้ในแฟนเพจ www.facebook.com/FalalaMarket












