พนักงาน อบต.แกใหญ่ จ.สุรินทร์ ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ผบช.ภ.3 หลังนายก อบต.คู่กรณีขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน หวังสู้คดี เรียกรับเงินโบนัส 483,356 บาท
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 17 มี.ค.ที่ สนง.ตร.ภ.3 นางยุพา ดวงตา อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 199 ม.13 ต.เทนมีย์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ตำแหน่งนักวิชาการพัสดุ และน.ส.ปัทมพร เนตรวิจิตร อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95/1 ม.10 ต.แกใหญ่ ตำแหน่งบุคลากร สังกัด อบต.แกใหญ่ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ต่อพล.ต.ต.สมพงษ์ ทองวีระประเสริฐ รอง ผบช.ภ.3 ให้ใช้พนักงานการสอบสวน พ.ต.อ.ภูวดล สุธรรมแบ่ง พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.เมืองสุรินทร์ คนเดิมหลังได้นำกำลังตำรวจเข้าจับกุม นายมนตรี บุญสุยา นายก อบต.แกใหญ่ กรณีเรียกรับส่วนแบ่งจากเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ (โบนัส) จากพนักงานส่วนตำบลและพนักงานจ้าง จำนวน 44 ราย รวมเป็นเงินทั้งหมด 1,381,016 บาท เมื่อวันที่ 10 ต.ค.57 ที่ผ่านมา นางยุพา ดวงตา ตำแหน่งนักวิชาการพัสดุ อบต.แกใหญ่ จ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า ตนเองได้นำเอกสารเกี่ยวกับคดีเรียกรับส่วนแบ่งจากเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ (โบนัส) มาร้องขอความเป็นทำกับ พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก ผบช.ภ.3 หลังจากทราบว่านายมนตรี บุญสุยา นายก อบต.แกใหญ่ คู่กรณี ได้ขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน ต่อพล.ต.ต.บุญจันทร์ นวลสาย รอง ผบช.ภ.3 ซึ่งตนเองเกรงว่าคู่กรณีพยายามวิ่งเต้นโดยใช้เส้นสาย โดยมีพฤติกรรมส่อให้เห็นถึงเจตนาในการล้มคดี จึงเดินทางมาร้องขอความเป็นธรรม นางยุพา เล่าต่อว่า เมื่อวันที่ 29 ก.ย.57 ทางกระทรงมหาดไทยได้มีหนังสือให้ทาง อบต.แต่ละแห่งดำเนินการเบิกจ่ายเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ (โบนัส) ให้กับพนักงานข้าราชการส่วนท้องถิ่นและพนักงานจ้างประจำปีงบประมาณ 2556 ซึ่งทาง อบต.แกใหญ่ ได้มีมติให้ทำการจ่ายเงินดังกล่าว จำนวน 44 คน รวมเป็นเงินทั้งหมด 1,381,016 บาท แต่นายมนตรีฯได้เรียกร้องขอเงินส่วนแบ่ง ร้อยละ 35% ซึ่งเป็นเงินจำนวน 483,356 บาท โดยให้เจ้าที่ ที่ได้รับเงิน(โบนัส) ให้นำเงินสดไปให้ เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีของ อบต.แกใหญ่ ทั้งหมดก่อน ถึงจะอนุมัติส่วนต่างให้ในภายหลัง หลังจากนั้นได้รวบร่วมเงินทั้งหมดนำมามอบให้ นายมนตรีฯก่อนที่จะถูกตำรวจถ่ายสำเนาธนบัตรไทยที่ใช้ล่อในการเรียกรับ และเป็นผลให้เข้าทำการจับกุมในเวลาต่อมาจนเป็นคดีความอยู่ในขณะนี้ แต่นามนตรีฯยังให้การปฏิเสธว่า เงินจำนวนดังกล่าวที่อยู่บนโต๊ะทำงานไม่ใช่ของตนเองและไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นเจ้าของ จึงทำให้คดียังอยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐาน จึงเกรงว่าจะมีผลต่อการสู้คดีจึงเข้ามาร้องขอความเป็นธรรมในที่สุด ด้าน พล.ต.ต.สมพงษ์ ทองวีระประเสริฐ รอง ผบช.ภ.3 เปิดเผยว่า หลังจากรับมอบหนังสือร้องเรียนแทน ผบช.ภ.3 ที่ติดภารกิจที่ กรุงเทพฯซึ่งตนเองจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนเรื่องของการร้องขอเปลี่ยนพนักงานสอบสวน เพื่อช่วยในเรื่องของคดีนั้นเป็นไปได้ยาก เนื่องจากว่า ตำรวจไม่ว่าใครจะเข้ามาทำงาน ก็ต้องยึดไปตามหลักฐานที่มีอยู่ คนผิดจะทำให้ถูกก็เป็นไปไม่ได้ และขอให้มั่นใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ส่วนเอกสารดังกล่าวรับรองว่าถึงมือ ผบช.ภ.3 แน่นอน












